EDUCATION!

"เช้าใดที่ยังไม่ได้ทำทาน" เป็นส่วนหนึ่งของคติธรรมคำสอนที่ว่า "เช้าใดยังไม่ได้ทำทาน เช้านั้นอย่าเพิ่งกินข้าว วันใดยังไม่ได้ตั้งใจรักษาศีล วันนั้นอย่าเพิ่งออกจากบ้าน คืนใดยังไม่ได้นั่งสมาธิเจริญภาวนา คืนนั้นอย่าเพิ่งเข้านอน"
บทความ

Don’t Sweat the Small Stuff: 100 ข้อคิดเพื่อชีวิตมีสุข

TONO

Don’t Sweat the Small Stuff: 100 ข้อคิดเพื่อชีวิตมีสุข

1. Don’t sweat the small stuff : อย่าเหงื่อตกกับเรื่องรกสมอง
เป็นการพยายามไม่ใส่ใจกับเรื่องจุกจิกเล็กๆ น้อยๆ ที่จะนำความรำคาญใจมาให้ เช่น บนท้องถนนอาจมีคนพยายามขับรถตัดหน้าเราไป แทนที่เราจะมัวไปโมโหกับเรื่องนี้ เราก็ควรปล่อยให้ผ่านไป แล้วนำเวลาไปใช้คิดถึงเรื่องต่างๆ ที่เราจะทำในวันนั้นดีกว่า

2. Make peace with imperfection : ใช้ความสงบสยบความไม่สมบูรณ์แบบ
คนส่วนใหญ่มักไม่พอใจกับสิ่งที่มีอยู่หรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เช่น น้ำหนักส่วนเกินที่อยากลด หรือรอยขีดข่วนบนตัวถังรถ วิธีที่ว่านี้คือการตระหนักในความจริงที่ว่า แม้จะมีวิธีการทำสิ่งต่างๆ ให้ดีกว่าอยู่เสมอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถพอใจและชื่นชมกับสิ่งที่เป็นอยู่ได้ เคล็ดลับคือพยายามผลักตัวเองให้พ้นจากนิสัยดึงดันให้ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไข บอกตัวเองว่าชีวิตยังดำเนินไปด้วยดีแม้ปราศจากความสมบูรณ์แบบ โปรดระลึกไว้ว่าทันทีที่เริ่มเลิกจำกัดความต้องการว่าจะต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ ท่านก็จะเริ่มค้นพบความสมบูรณ์แบบในชีวิตด้วยตัวท่านเอง

3. Let go of the idea that gentle, relaxed people can’t be superachievers : เลิกความคิดที่ว่าอ่อนโยนเรียบง่ายไม่สามารถประสบความสำเร็จได้
หลายคนคิดว่าความรีบร้อนกระวนกระวายหรือการชอบแข่งขันเป็นสิ่งจำเป็น แต่ความหวาดกลัวและวิตกกังวลต่างหากที่ทำให้สูญเสียพลังงาน บั่นทอนความคิดสร้างสรรค์รวมทั้งกำลังใจ ดั้งนั้นจงจำไว้ว่า “เมื่อใดที่ท่านมีสันติสุขในใจ ท่านจะไม่ค่อยถูกรบกวนจากความต้องการ ความปรารถนา และความฝักใฝ่ของตนเองมากนัก ทำให้ง่ายที่จะมุ่งมั่นสู่เป้าหมายให้เร็วขึ้นและพร้อมที่จะตอบแทนผู้อื่นได้ดีกว่า”

4. Be aware of the snowball effect of your thinking : ระวังผลกระทบแบบลูกบอลหิมะจากความคิดที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง
เป็นการตระหนักว่าความคิดเชิงลบและความประหวั่นพรั่นพรึงสามารถแผ่อิทธิพลร้ายได้รวดเร็วเพียงใด ยิ่งท่านติดอยู่ในห้วงความนึกคิดเชิงลบมากเท่าใด ท่านก็ยิ่งรู้สึกเลวร้ายมากขึ้นเท่านั้น วิธีแก้ไขปัญหานี้ก็คือ สังเกตว่าอะไรเกิดขึ้นกับจิตใจก่อนที่ความคิดของท่านจะไหลไปไกล ยิ่งท่านรู้ทันความคิดตัวเองเร็วเท่าใด ท่านจะยิ่งหยุดความคิดที่กำลังจะเกิดถัดไปได้เร็วขึ้นเท่านั้น โปรดระลึกไว้ว่าการเก็บความคิดที่ว่าตัวเองมีงานยุ่งมากเพียงไรไว้ในแฟ้มสมอง มีแต่จะทำให้คุณมีความเครียดมากยิ่งขึ้น

5. Develop your compassion : มาพัฒนาความเมตตากันเถอะ
ความเมตตาคือความรู้สึกเห็นใจผู้อื่น เป็นความตั้งใจที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเรา ความเข้าใจนี้จะนำความเมตตามาสู่บุคคลนั้น การพยายามช่วยเหลือทำให้เราได้เปิดประตูหัวใจไปสู่ผู้อื่นและเพิ่มพูนความรู้สึกสำนึกในคุณความดีของเพื่อนมนุษย์

6. Remind yourself that when you die, your “work in basket” won’t be empty : เตือนตัวเองว่าแม้เราจะตายไปแล้ว “งานในตะกร้า” ก็ยังไม่มีวันหมดสิ้น
โปรดจำไว้ว่าไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับความสุขสงบในใจของท่านเอง หากมัวติดอยู่กับว่าต้องทำสิ่งต่างๆ ให้เสร็จโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ชีวิตท่านจะไม่มีวันสมบูรณ์ ทุกสิ่งย่อมมีการชะลอได้ และหากท่านใส่ใจต่อหน้าที่แล้ว งานต่างๆ ย่อมเสร็จในเวลาอันควร อย่ามัวเสียเวลาอันมีค่าในชีวิตเพื่อนั่งเสียใจในสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

7. Don’t interrupt others or finish their sentence : อย่าสอดแทรกหรือตัดบทสนทนาของผู้อื่น
เมื่อเริ่มสังเกตว่าตัวเองกำลังขัดคอผู้อื่น ท่านจะเห็นว่าพฤติกรรมเช่นนั้นเป็นเพียงนิสัยที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว พยายามเตือนตัวเองให้อดทนและคอยจนกว่าอีกคนจะพูดจบ ท่านจะสังเกตเห็นทันทีว่าสัมพันธภาพจะดีขึ้นเพียงใด เพราะเขารู้สึกว่าท่านสนใจและรับฟังเขาจริงๆ

8. Do something nice for someone else and don’t tell anyone about it : ทำสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่นโดยไม่บอกให้ใครรู้
เรามักรู้สึกปลื้มใจเมื่อได้ทำความดีบางอย่าง ดังนั้นแทนที่จะทำให้ความรู้สึกนั้นลดลงด้วยการเล่าให้ใครฟัง ท่านก็เก็บความรู้สึกนั้นไว้กับตัว แล้วความรู้สึกปลื้มใจนั้นจะอยู่กับท่านไปอีกนาน

9. Let others have the glory : ปล่อยให้คนอื่นเด่นดังเสียบ้าง
การลดความรู้สึกอยากเป็นที่สนใจมาเป็นการร่วมชื่นชมในความสำเร็จของผู้อื่น จะทำให้ท่านรู้สึกรื่นรมย์และสงบสุขอย่างเงียบๆ ผู้ที่สนทนาด้วยจะรู้สึกผ่อนคลายและประทับใจที่คุณใส่ใจฟังสิ่งที่เขาพูด โดยไม่รู้สึกว่าเป็นคู่แข่งกัน

10. Learn to live in the present moment : เรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อปัจจุบัน
การปล่อยให้ปัญหาในอดีตและความห่วงใยในอนาคตครอบงำปัจจุบัน จะทำให้กลายเป็นคนวิตกกังวล เครียด และสิ้นหวัง ขณะเดียวกันก็ยังเลื่อนโอกาสที่จะรื่นรมย์กับชีวิตออกไปเรื่อยๆ ควรเรียนรู้ที่จะนำความสนใจมาอยู่กับปัจจุบันขณะครับ

11. Imagine that everyone enlightened except you : จินตนาการว่าทุกคนตรัสรู้หมดแล้วยกเว้นท่าน
เมื่อใช้วิธีนี้ ท่านจะรู้สึกรำคาญ ขุ่นเคือง และโมโหน้อยลงจากการกระทำหรือความไม่สมบูรณ์แบบของผู้อื่น และจะช่วยให้ท่านสร้างนิสัยในการมองโลกในแง่ดีขึ้นได้

12. Let others be “right” most of the time : ปล่อยให้ผู้อื่นเป็นฝ่ายถูกเป็นส่วนใหญ่
กลวิธีที่วิเศษและน่าประทับใจคือการปล่อยให้ผู้อื่นเป็นฝ่ายถูกบ้าง จะทำให้ท่านเป็นคนเยือกเย็นและน่ารัก เลิกนิสัยชอบแก้ไขใครต่อใคร แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็คุ้มค่าแก่การพยายามครับ

13. Become more patient : ฝึกให้อดทนยิ่งขึ้น
ความรู้จักอดทนช่วยให้ท่านเดินเข้าใกล้เป้าหมายของการเป็นคนสงบและยอมรับในสิ่งต่างๆ ที่เป็นอยู่ได้มากขึ้นเท่านั้น

14. Create “Patience practice periods” : หาช่วงฝึกความอดทน
ท่านสามารถเริ่มได้โดยใช้เวลาเพียง 5 นาที เพื่อเสริมสร้างความอดทนให้มากขึ้น ความตั้งใจที่จะอดทนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านรู้ตัวว่าจะทำเช่นนั้น จะสามารถเสริมสร้างความอดทนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นในทันที

15. Be the first one to act loving or reach out : เป็นฝ่ายเริ่มต้นแสดงความรักก่อน
เมื่อใดก็ตามที่ความโกรธครอบงำ เรามักเปลี่ยนเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ หากต้องการเป็นคนเยือกเย็น ท่านต้องเข้าใจว่าการเป็นฝ่ายถูกไม่สำคัญเท่ากับการปล่อยให้ตัวเองมีความสุขสงบอย่างแท้จริง การยอมเป็นฝ่ายเริ่มต้นและปล่อยเรื่องไร้สาระผ่านไปคือวิธีที่ดีที่สุด

16. Ask yourself the question, “Will this matter a year from now?” : ถามตัวเองว่า “เรื่องนี้จะยังสำคัญในอีกหนึ่งปีข้างหน้าหรือไม่”
บ่อยครั้งที่เรื่องที่เรากำลังกังวลอยู่นั้น อาจเป็นเพียงเรื่องไร้สาระเมื่อเวลาผ่านไปครับ

17. Surrender to the fact that life isn’t fair : ยอมรับความจริงว่าไม่มีอะไรยุติธรรมในชีวิต
ข้อดีของการยอมรับความจริงข้อนี้คือ จะทำให้เราไม่มัวแต่เสียใจกับตัวเอง แต่กลับช่วยจูงใจให้เราพยายามทำสิ่งต่างๆ อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

18. Allow yourself to be bored : อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกเบื่อบ้าง
เมื่อท่านอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกเบื่อเสียบ้าง จะช่วยลดความกดดันที่ทำให้ท่านต้องทำโน่นทำนี่ไม่หยุดหย่อนในแต่ละวินาทีครับ

19. Lower your tolerance to stress : ลดระดับความอดกลั้นต่อความกดดัน
เมื่อลดระดับการอดกลั้นต่อความกดดันได้ ท่านจะพบว่าตัวเองมีความเครียดน้อยลง และสุขภาพจิตก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

20. Once a week write a heartfelt letter : เขียนจดหมายระบายความรู้สึกอาทิตย์ละครั้ง
เป็นการระบายความรู้สึกที่อยู่ภายในจิตใจออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดีก็ตามครับ

21. Imagine yourself at your own funeral : ลองนึกภาพว่ากำลังยืนอยู่หน้าโลงศพตัวเอง
เป็นวิธีสากลที่ใช้เตือนสติตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อปลุกให้ท่านลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงและใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด

22. Repeat to yourself, “Life isn’t an emergency” : บอกกับตัวเองบ่อยๆ ว่า “ชีวิตไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน”
เรามักใส่ใจกับเป้าหมายมากเกินไปจนลืมนึกถึงความสนุกระหว่างทาง ทำตัวตามสบายและปล่อยบางอย่างที่ไม่สำคัญผ่านไปเสียบ้าง จะเป็นประโยชน์มากครับ

23. Experiment with your back burner : เลียนแบบการทำงานของเตาหุงต้มอาหาร
วิธีนี้จะทำให้ท่านสามารถจัดการปัญหาหลายอย่างได้พร้อมกัน โดยช่วยลดความกดดันและประหยัดพลังงานในการแก้ปัญหาต่างๆ ลงได้ครับ

24. Spend the moment everyday thinking of someone to thank : ใช้เวลาวันละนาทีคิดถึงใครบางคนที่ท่านอยากขอบคุณ
หากตื่นเช้ามาด้วยความรู้สึกสำนึกในคุณความดีของผู้อื่นหรือสิ่งดีงามต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต ท่านจะพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะคิดเรื่องอื่นนอกจากความสงบสุขอย่างแท้จริง

25. Smile at the strangers, look into their eyes and say hello : ยิ้มให้คนแปลกหน้า มองตาแล้วทักว่าสวัสดี
หากมองเห็นความบริสุทธิ์ใจของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ท่านจะเกิดความรู้สึกสุขสงบในใจอย่างลึกซึ้งที่สุด

26. Set aside quiet time everyday : หาเวลาเงียบๆ ให้ตัวเองทุกวัน
ความเงียบจะทำให้เรารู้สึกสงบและผ่อนคลาย ถ้าทำในตอนเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยให้เริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่นครับ

27. Imagine the people in your life as tiny infants and as one-hundred-year-old adults : จินตนาการถึงผู้คนว่าพวกเขาเป็นเด็กทารกหรือคนชราอายุร้อยปี
เทคนิคนี้ช่วยให้ท่านเกิดมุมมองและความเมตตาที่หลากหลายยิ่งขึ้น หากเป้าหมายคือความสงบสุข เราคงไม่ต้องการกระตุ้นความรู้สึกทางลบต่อผู้อื่นให้มีมากขึ้น จริงไหมครับ?

28. Seek first to understand : พยายามทำความเข้าใจเสียก่อน
เมื่อท่านนำวิธีนี้ไปใช้ ผู้ที่ท่านติดต่อด้วยจะรู้สึกว่าท่านรับฟังและเข้าใจเขาจริงๆ ซึ่งจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ในทางบวกและดียิ่งขึ้น

29. Become the better listener : พยายามเป็นผู้ฟังที่ดี
การเป็นผู้ฟังที่ดีจะช่วยให้ท่านมีความอดทน เยือกเย็น และรอบคอบยิ่งขึ้น รวมถึงยังช่วยกระชับสัมพันธภาพกับผู้อื่นได้อย่างดีเยี่ยม

30. Choose your battles wisely : เลือกสนามรบอย่างชาญฉลาด
ชีวิตเต็มไปด้วยโอกาสให้เลือกว่าจะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ หรือปล่อยให้มันผ่านไปอย่างผู้ที่ตระหนักว่าสิ่งไหนไม่สำคัญ หากรู้จักเลือกสนามรบอย่างชาญฉลาด ท่านจะใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและคว้าชัยชนะในสิ่งสำคัญของชีวิตได้อย่างแท้จริงครับ

31. Become aware of your moods and don’t allow yourself to be fooled by the low ones : ระวังอย่าให้อารมณ์ครอบงำโดยเฉพาะอารมณ์เสีย
ความจริงแล้วชีวิตไม่เคยเลวร้ายเหมือนที่เราคิดในยามอารมณ์เสีย ดังนั้นแทนที่จะติดอยู่ในวังวนอารมณ์ตัวเอง ควรเตือนสติให้มองชีวิตตามความเป็นจริงครับ

32. Life is a test. It is only a test : ชีวิตเป็นเพียงบททดสอบ
หากท่านมองความท้าทายดั่งแบบทดสอบ ท่านจะเห็นว่าทุกปัญหาที่เผชิญคือโอกาสที่จะได้เจริญเติบโตและก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

33. Praise and blame are all the same : คำชมและการตำหนิมีค่าเท่ากัน
ยิ่งเรายอมรับได้ว่าเราไม่สามารถทำให้ทุกคนยอมรับเราได้ ชีวิตจะยิ่งยุ่งยากน้อยลง ความมั่นใจในตัวเองจะช่วยลดการยึดติดในคำตัดสินของผู้อื่น

34. Practice random acts of kindness : ฝึกการแสดงออกซึ่งความเมตตา
รางวัลของการทำความดีคือความรู้สึกทางบวกและการได้เตือนใจถึงแง่มุมสำคัญที่สุดของชีวิต นั่นคือการให้ความรักและความเมตตาแก่เพื่อนมนุษย์

35. Look beyond behavior : มองให้ลึกซึ้งกว่าเพียงพฤติกรรม
โลกจะน่าอยู่ขึ้นหากเรามองข้ามพฤติกรรมที่เรารับไม่ได้ของผู้อื่น โดยคิดเสียว่าเป็นเพียงธรรมชาติของแต่ละช่วงวัยหรือสถานการณ์ของเขา

36. See the innocence : มองเห็นความบริสุทธิ์ในตัวมนุษย์
เมื่อไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับการกระทำของผู้อื่น ท่านก็จะมีเวลาหันกลับมาใส่ใจกับชีวิตของตัวเองมากขึ้น

37. Choose being kind over being right : เลือกความเมตตาดีกว่าการเป็นฝ่ายถูก
การเอาชนะด้วยเหตุผลอาจทำให้รู้สึกดีชั่วครู่ แต่ความเมตตาจะนำความสงบสุขมาให้ในระยะยาว หากอยากมีความสุข จงเลือกที่จะเป็นคนเมตตามากกว่าคนถูก

38. Tell three people (today) how much you love them : บอกคนสามคนในวันนี้ว่าท่านรักพวกเขา
อย่ารอคอยจนสายเกินไปที่จะบอกความรู้สึกสำคัญแก่ผู้ที่ท่านรัก เพราะเวลาในชีวิตของเรานั้นมีจำกัดครับ

39. Practice humility : ฝึกหัดความอ่อนน้อมถ่อมตน
ยิ่งท่านไม่พยายามพิสูจน์ตัวเองต่อผู้อื่น ยิ่งเป็นการง่ายที่จะพบสันติสุขในจิตใจ ความอ่อนน้อมคือเสน่ห์ที่แท้จริง

40. When in doubt about whose turn it is to take the trash, go ahead and take it out : เมื่อสงสัยว่าเป็นเวรเทขยะของใคร ให้นำไปเททันที
อย่าเสียเวลาคิดเล็กคิดน้อยว่าใครทำอะไรหรือใครทำมากกว่า การทำหน้าที่ของตัวเองโดยไม่เกี่ยงงอนจะทำให้ท่านรู้สึกเบิกบานใจกว่ามาก

41. Avoid weatherproofing : หลีกเลี่ยงการจับผิด
ยิ่งท่านไม่คอยจับผิดหรือตำหนิคนใกล้ชิด ท่านจะสังเกตเห็นว่าชีวิตมีความสุขมากขึ้นเพียงใด

42. Spend a moment, every day thinking of someone to love : ใช้เวลาวันละนาทีคิดถึงคนที่ท่านรัก

43. Become an anthropologist : ลองเป็นนักมานุษยวิทยาดู
เมื่อใครทำอะไรที่ไม่เหมาะกับท่าน แทนที่จะต่อต้าน ให้ลองเปลี่ยนวิธีคิดว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจของเขา วิธีนี้จะช่วยให้ท่านเปิดรับความแตกต่างได้มากขึ้น

44. Understand separate realities : ทำความเข้าใจโลกที่แตกต่าง
คนแต่ละคนมีความคิดที่แตกต่างกัน อย่าคาดหวังว่าผู้อื่นจะต้องมีความคิดเห็นเช่นเดียวกับท่านเสมอไป

45. Develop your own helping rituals : พัฒนาวิธีช่วยเหลือผู้อื่นในแบบของท่าน

46. Every day, tell at least one person about what you admire or appreciate in them : ทุกๆ วัน บอกใครสักคนถึงสิ่งที่คุณชื่นชมหรือขอบคุณเขา
นี่คือการแสดงออกถึงความเมตตาที่ทำได้ง่ายและทรงพลังที่สุดครับ

47. Argue for your limitations, and they’re yours : ถ้ามัวถกเถียงเกี่ยวกับข้อจำกัดของตนเอง ท่านก็จะมีข้อจำกัดจริงๆ
อย่าโอนอ่อนผ่อนตามข้อจำกัดของตัวเองจนเกินไป จงเชื่อมั่นในศักยภาพของท่าน

48. Remember that everything has God’s fingerprints on it : จำไว้ว่าทุกสิ่งมีพลังสร้างสรรค์
เมื่อชีวิตเปี่ยมด้วยความปรารถนาที่จะเห็นพลังสร้างสรรค์ สันติสุขจะเกิดขึ้น และท่านจะเริ่มมองเห็นแง่มุมทางบวกที่เคยถูกมองข้าม

49. Resist the urge to criticize : พยายามระงับความอยากวิพากษ์วิจารณ์

50. Write down your five stubborn positions and see if you can soften them : ระบุนิสัยดื้อรั้นที่สุดของท่าน 5 อย่าง แล้วลองผ่อนปรนดู

51. Just for fun agree with criticism directed toward you (then watch it go away) : เพื่อความสนุก ลองยอมรับคำวิจารณ์ดูบ้าง
การเห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของผู้อื่นเป็นครั้งคราว มักจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีมากกว่าการโต้เถียงกลับไปครับ

52. Search for the grain of truth in other opinions : เรียนรู้ความเป็นจริงในมุมมองของผู้อื่น

53. See the glass that already broken (and everything else too) : มองเห็นสรรพสิ่งที่แตกสลายไปแล้ว
เมื่อตระหนักว่าทุกสิ่งเป็นอนิจจัง ท่านจะพบความสงบเยือกเย็นแม้ในยามที่เกิดความเสียหายขึ้น

54. Understand the statement, “Wherever you go, there you are” : พยายามเข้าใจคำที่ว่า “ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน นั่นคือที่ของท่าน”
หมายความว่า ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด ท่านก็สามารถหาความสงบสุขได้จากภายในของท่านเอง

55. Breathe before you speak : หายใจเข้าลึกๆ ก่อนพูด
การทำเช่นนี้จะช่วยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายและมีสติมากขึ้นก่อนที่จะพูดอะไรออกไป

56. Be grateful when you’re feeling good and grateful when you’re feeling bad : จงรู้จักขอบคุณไม่ว่าจะรู้สึกดีหรือแย่

57. Become a less aggressive driver : ลดความก้าวร้าวบนท้องถนน
เวลาบนถนนสามารถเลือกใช้ด้วยความหงุดหงิดหรือความชาญฉลาด ถ้าท่านเลือกใช้ด้วยความผ่อนคลาย ท่านก็จะเครียดน้อยลงมากครับ

58. Relax : จงผ่อนคลาย

59. Adopt a child through the mail : อุปการะเด็กทางจดหมาย
เป็นการช่วยเหลือที่แม้เพียงเล็กน้อย แต่จะทำให้ท่านเข้าใจคุณค่าของการให้ที่ยิ่งใหญ่

60. Turn your melodrama into a mellow-drama : เปลี่ยนเรื่องดราม่าในชีวิตให้เป็นบทละครที่นุ่มนวล

61. Read articles and books with entirely different points of view from your own and try to learn something : อ่านบทความและหนังสือที่มีมุมมองแตกต่างและพยายามเรียนรู้จากสิ่งนั้น

62. Do one thing at a time : ทำทีละอย่าง

63. Count to ten : นับหนึ่งถึงสิบ

64. Practice being in the Eye of the storm : ฝึกทำตัวให้สงบท่ามกลางพายุร้าย

65. Be flexible with changes in your plans : ยืดหยุ่นกับการเปลี่ยนแผน

66. Think of what you have instead of what you want : คิดถึงสิ่งที่มีอยู่แทนสิ่งที่ต้องการ

67. Practice ignoring your negative thoughts : ฝึกเพิกเฉยต่อความคิดเชิงลบ

68. Be willing to learn from friends and family : ยินดีที่จะเรียนรู้จากญาติสนิทมิตรสหาย
หากเราดื้อรั้นเกินไปที่จะเรียนรู้จากผู้ใกล้ชิด เราจะสูญเสียโอกาสในการปรับปรุงแก้ไขชีวิตตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ ที่ให้ผลดีไปอย่างน่าเสียดาย

69. Be happy where you are : มีความสุขในที่ที่ท่านอยู่

70. Remember that you become what you practice most : จำไว้ว่าท่านจะเป็นในสิ่งที่ท่านฝึกฝนมากที่สุด

71. Quiet the mind : สงบจิตใจ
ความสงบคือพื้นฐานของสันติสุขในจิตใจ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสันติสุขต่อโลกภายนอกด้วย

72. Take up yoga : ลองทำโยคะ
โยคะช่วยลดความตึงเครียดได้อย่างวิเศษ เพราะช่วยสร้างสมดุลระหว่างร่างกาย จิตใจ และสมอง ทำให้ท่านรู้สึกสบายและสงบ

73. Make service an integral part of your life : ผนวกการให้บริการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ยิ่งท่านให้เวลาและพลังงานด้วยความใจกว้าง ท่านจะยิ่งพบกับประสบการณ์แห่งสันติสุขที่ท่านไม่เคยรู้สึกมาก่อน

74. Do a favor and don’t ask for, or expect, anything in return : ทำประโยชน์ให้ผู้อื่นโดยไม่คาดหวังการตอบแทน

75. Think of your problems as potential teachers : คิดเสียว่าปัญหาต่างๆ คือครู

76. Get comfortable not knowing : ไม่ต้องไม่สบายใจหากไม่รู้

77. Acknowledge the totality of your being : ยอมรับภาพรวมของตัวท่านเอง

78. Cut yourself some slack : หัดปล่อยวางและผ่อนปรนกับตัวเองบ้าง

79. Stop blaming others : เลิกติเตียนผู้อื่น

80. Become an early riser : ตื่นแต่เช้าตรู่
การตื่นเช้าจะทำให้ท่านรู้สึกสดชื่น และไม่ต้องเร่งรีบทำกิจกรรมต่างๆ ในตอนเช้า

81. When trying to be helpful, focus on little things : ใส่ใจกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เมื่อเราพยายามให้การช่วยเหลือ

82. Remember, one hundred years from now, all new people : จำไว้ว่าจากนี้อีกร้อยปีจะมีแต่คนใหม่ๆ ในโลก
อย่าเครียดกับความผิดพลาดมากเกินไป เพราะอีกร้อยปีข้างหน้าจะไม่มีใครจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในนาทีนี้ได้

83. Lighten up : ทำตัวให้ร่าเริงแจ่มใส

84. Nurture a plant : ปลูกต้นไม้สักต้น
ทดลองปลูกต้นไม้และดูแลเหมือนเป็นลูกของท่านเอง เป็นการฝึกให้รู้จักรักโดยปราศจากเงื่อนไข

85. Transform your relationship to your problems : ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับปัญหาต่างๆ

86. The next time you find yourself in an argument, see if you can see the other point of view first : ครั้งหน้าหากโต้แย้งกับใคร แทนที่จะปกป้องความคิดตนเอง ให้ลองทำความเข้าใจมุมมองของอีกฝ่ายก่อน

87. Redefine a “Meaningful accomplishment” : ให้คำจำกัดความคำว่า “ความสำเร็จที่มีความหมาย” เสียใหม่
หากการมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขคือเป้าหมายสูงสุด ความสำเร็จย่อมหมายถึงสิ่งต่างๆ ที่เกื้อหนุนให้เกิดความรักและความสุข

88. Listen to your feelings (they’re trying to tell you something) : ฟังความรู้สึกของตัวเอง (มันกำลังพยายามบอกอะไรบางอย่างแก่ท่าน)

89. If someone throws you the ball, you don’t have to catch it : หากใครโยนลูกบอลมาให้ ท่านไม่จำเป็นต้องรับไว้เสมอไป

90. One more passing show : มองว่าเป็นเพียงการแสดงอีกฉากหนึ่ง
การระลึกว่าทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป็นวิธีวิเศษที่จะช่วยรักษาความสงบในใจท่ามกลางความผันผวน

91. Fill your life with love : เติมชีวิตด้วยความรัก

92. Realize the power of your own thoughts : ตระหนักในพลังอำนาจของความคิดตัวเอง
ความไร้สุขมักเป็นความคิดที่เกิดจากมุมมองเชิงลบต่อชีวิตของท่านเอง

93. Give up your idea that “more is better” : เลิกคิดว่า “ยิ่งมากยิ่งดี”
การตัดสินใจเลือกต้องการให้น้อยลง ย่อมง่ายและได้ผลดีกว่าการไล่ล่าหาความสุขไปเรื่อยๆ

94. Keep asking yourself, “What’s really important?” : ถามตัวเองบ่อยๆ ว่าอะไรสำคัญจริงๆ

95. Trust your intuitive heart : เชื่อมั่นในความหยั่งรู้ของหัวใจตนเอง

96. Be open to “What is” : เปิดใจยอมรับว่า “มันเป็นเช่นนั้นเอง”

97. Mind your own business : สนใจแต่เรื่องของตัวเอง
การโฟกัสที่ตนเองจะช่วยลดความรำคาญใจที่เกิดจากการกระทำของผู้อื่นได้

98. Look for the extraordinary in the ordinary : มองหาความไม่ธรรมดาจากความธรรมดา

99. Schedule time for your inner work : กำหนดเวลาสำหรับงานพัฒนาจิตใจตนเอง

100. Live this day as if it were your last, it might be! : ใช้ชีวิตวันนี้ราวกับว่ามันคือวันสุดท้าย เพราะบางทีมันอาจเป็นเช่นนั้นจริงๆ

ข้อคิดที่ได้รับจากหนังสือ

  • การปล่อยวาง: รู้จักไม่ใส่ใจกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต
  • ความเห็นอกเห็นใจ: รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และฝึกมองสิ่งต่างๆ ในมุมมองที่แตกต่างออกไป
  • การผ่อนคลาย: รู้วิธีการระบายและปลดปล่อยสิ่งต่างๆ ที่สะสมอยู่ในใจ
  • การปรับตัว: รู้วิธีปรับตัวเข้ากับผู้อื่นและสังคมที่แตกต่าง
  • การมองโลก: ฝึกฝนทัศนคติเชิงบวก เพื่อการใช้ชีวิตที่มีความสุข
  • ความเมตตา: สร้างและบ่มเพาะความรักความเมตตาให้ดำรงอยู่ในจิตใจ
  • ความสงบ: รู้วิธีการทำจิตใจให้สงบและมีสมาธิอยู่กับปัจจุบัน
  • การเรียนรู้: มองเห็นอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาว่าเป็น "ครู" ผู้สอนบทเรียนชีวิต
  • การใส่ใจรายละเอียด: หันมามองสิ่งรอบตัวที่เคยมองข้าม ซึ่งซ่อนบทเรียนล้ำค่าเอาไว้
  • การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า: ตระหนักถึงคุณค่าของเวลาและเลือกใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด

อ้างอิง:

Richard Carlson. Don’t sweat the small stuff and it’s all small stuff (100 ข้อคิดเพื่อชีวิตสุขสงบ). กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชัน, 2541.

บทสรุป

ความสุขที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจัดการงานได้มากแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถ "ปล่อยวาง" เรื่องที่ไม่สำคัญได้มากเพียงใด การฝึกจิตใจให้สงบคือทางลัดสู่ชีวิตที่เปี่ยมด้วยความสุขครับ
Don’t Sweat the Small Stuff ข้อคิดเพื่อชีวิตมีสุข

เลือกคัดลอก Prompt สำหรับสร้างภาพประกอบ

1. แนวความสงบ (Zen & Mindfulness)


2. แนวธรรมชาติบำบัด (Nature Healing)


3. แนวแรงบันดาลใจ (Inspirational)


4. แนวความสัมพันธ์ (Kindness & Connection)


5. แนวเรียบง่าย (Abstract Minimalist)