วันคุ้มครองโลก Earth Day
วันที่ 22 เมษายน เป็นวันที่ชาวโลกพร้อมใจกันกำหนดให้เป็น วันคุ้มครองโลก โดยมีที่มาและวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นให้ชาวโลกมีสำนึกในการปกป้องคุ้มครอง และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของโลก ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติและความหายนะทั้งหลาย ที่อาจเกิดด้วยน้ำมือของมนุษย์ จะด้วยเจตนาหรือโดยความประมาทพลั้งเผลอก็ตามที
ในวันคุ้มครองโลกนี้ ได้กล่าวถึงความเป็นมาของวันคุ้มครองโลก และธรรมคุ้มครองโลกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานไว้ให้แก่ชาวโลก
ความเป็นมาของวันคุ้มครองโลก
ในปีพุทธศักราช 2341 โธมัส โรเบิร์ต มอลทัส และเดวิด ริคาร์โด สองนักนิเวศน์วิทยาชาวอังกฤษ ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการผลิตอาหารให้เพียงพอกับความต้องการบริโภค เนื่องจากการเพิ่มจำนวนประชากรซึ่งกำลังทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งสองได้ชี้ว่า อีกไม่ช้าสังคมยุโรปซึ่งส่วนใหญ่เป็นสังคมแบบชนบท ประชาชนอาศัยอยู่กันอย่างหลวม ๆ สบาย ๆ จะหนาแน่นไปด้วยผู้คน และจะกลายเป็นสังคมเมืองมากขึ้นไปเรื่อยๆ ผลจากการศึกษาดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นให้หลายคนหันมาให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น
ต่อมาระหว่างปีพุทธศักราช 2433 ถึง 2463 ได้มีการจัดตั้งองค์กรคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติขึ้นหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เกิดหน่วยงาน เช่น สำนักงานฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม หน่วยรักษาป่าอุทยานแห่งชาติ ฯลฯ ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องยกเครดิตให้กับประธานาธิบดี ธีโอเดอร์ รูสเวลท์ ที่มีนโยบายแข็งขัน และปลูกฝังความหวงแหนทะนุถนอมสิ่งอันเป็นมรดกทางธรรมชาติ เช่น ป่าเขา แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้เกิดขึ้น
แรก ๆ ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่รุนแรงนัก ความพยายามในสมัยนั้น มักว่าด้วยเรื่องการนำเอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติหลาย ๆ ด้าน
หลังจากยุคนั้นมาแล้ว โลกก็เข้าสู่ภาวะสงคราม ในระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง สภาพบ้านเมือง เศรษฐกิจอยู่ในภาวะคับขัน พร้อม ๆ ไปกับการบีบบังคับให้แต่ละประเทศสร้างเทคโนโลยีที่อันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ปัญหาสิ่งแวดล้อมภายหลังสงคราม ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีการนำสารเคมีมาใช้เพิ่มขึ้น สถาบันการศึกษาและนักวิชาการต่าง ๆ ออกมาเคลื่อนไหวเกิดกระแสความตื่นตัวในเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างมากมาย จนกระทั่งในวันที่ 22 เมษายน พุทธศักราช 2513 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประชาชนจำนวนมากได้ออกมาเดินขบวนตามท้องถนน เรียกร้องให้รัฐเพิ่มมาตรการในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น อันเป็นที่มาของการสถาปนาวันนั้นเป็น วันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day
เมื่อ พ.ศ. 2538 ผู้แทนมูลนิธิธรรมกายได้เข้าร่วมประชุมองค์กรพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) มูลนิธิธรรมกายนำข้อเสนอสู่ที่ประชุมผู้แทนองค์กรพุทธศาสนาทั่วโลก ขอให้วันที่ 22 เมษายน ซึ่งเป็นวันคุ้มครองโลกนั้น ชาวพุทธทั่วโลกน่าจะจัดกิจกรรมทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะการเจริญสมาธิภาวนา เพื่อกลั่นจิตกลั่นใจให้ใส อันจะเป็นการคุ้มครองโลกอย่างถาวร โดยใช้คำขวัญว่า "Clean the World Clean the Mind" พร้อมกับนำสาส์นจากพระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธมฺมชโย) เชิญชวนชาวพุทธจัดกิจกรรมในวันคุ้มครองโลก ไปมอบให้กับผู้เข้าร่วมประชุม
การคุ้มครองโลกเริ่มต้นด้วยการคุ้มครองใจ
เราทุกคนควรเห็นความสำคัญของการสร้างสันติภาพภายในใจด้วยวิธีการทำสมาธิ
เพราะเมื่อสันติภาพเกิดขึ้นในใจของมนุษย์ทุกคนแล้ว การสร้างสันติภาพให้กับโลกก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ในครั้งนั้น ผู้แทนชาวพุทธทั่วโลก ได้อภิปรายในประเด็นนี้กันอย่างกว้างขวาง และในที่สุดสมาชิกองค์กรพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ได้พร้อมใจกันมีมติเอกฉันท์ให้วันคุ้มครองโลกเป็นวันที่ชาวพุทธจะได้จัดกิจกรรมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรักษาใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ โดยการจัดกิจกรรมทำความสะอาดศาสนสถาน และการเจริญสมาธิภาวนา กลั่นจิตกลั่นใจให้ใสควบคู่กันไป
หิริ โอตตัปปะ : ธรรมคุ้มครองโลก
หิริ โอตตัปปะ (ม.มู. มหายมกวรรค มก. ๑๙/๒๒๐ , มจ. ๑๒/๔๕๒, ปส. ๑๘/๓๐๗)
- หิริ คือ สิ่งใดอันบุคคลผู้ควรละอายย่อมละอาย มีภายในเป็นสมุฏฐาน เป็นอัตตาธิปไตย หิริดำรงอยู่ในสภาพของความละอาย
- โอตตัปปะ คือ สิ่งใดอันบุคคลผู้ควรเกรงกลัว มีภายนอกเป็นสมุฎฐาน เป็นโลกาธิปไตย โอตตัปปะดำรงอยู่ในสภาพความกลัว
หิริและโอตตัปปะ ธรรมเหล่านี้เรียกว่าธรรมคุ้มครองโลก เพราะรักษาโลก
ธรรมฝ่ายขาว 2 ประการ ย่อมคุ้มครองโลก คือ 1. หิริ 2. โอตตัปปะ (อัง.ทุก. กัมมกรณวรรค มก. ๓๓/๓o๔,มจ. ๒๐/๖๓, ปส. ๓๕/๑๗๗)
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าธรรมขาว 2 ประการ ไม่พึงคุ้มครองโลก ใคร ๆ ในโลกนี้จะไม่พึงบัญญัติว่ามารดา ว่าน้า ว่าป้า ว่าภรรยาของอาจารย์ โลกจักถึงความสำส่อนกันเหมือนกับพวกแพะ แกะ ไก่ หนู สุนัขบ้านและพวกสุนัขจิ้งจอก เพราะธรรมฝ่ายขาว 2 ประการนี้ยังคุ้มครองโลกอยู่ โลกจึงมีบัญญัติคำว่ามารดา ว่าป้า ว่าภรรยาของอาจารย์
เหตุเกิดความกลัวบาป
(อัง.ทุก. กัมมกรณวรรค มก. ๓๓/๒๘๕, มจ. ๒๐/๕๗, ปส. ๓๕/๑๖๖)
พระศาสดาประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายถึงโทษ 2 ประการ คือ
- โทษที่เป็นไปในปัจจุบัน บุคคลบางคนในโลกนี้ประพฤติชั่ว ถูกพระราชาจับได้ ย่อมถูกรับสั่งให้ทำกรรมกรณ์นานาชนิดด้วย แส้ หวาย ตะบอง ตัดมือ ตัดเท้า ฯลฯ เขาคิดว่า เพราะบาปกรรมเป็นเหตุ เมื่อกลัวต่อโทษที่เป็นไปในปัจจุบัน จึงไม่ประพฤติชั่ว
- โทษที่เป็นไปในภพหน้า คือ วิบากอันเลวทรามของกายทุจริต วาจาทุจริต และมโนทุจริต เป็นโทษที่บุคคลพึงได้เฉพาะในภพหน้า เมื่อกายแตกทำลายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกลัวต่อโทษที่เป็นไปในภพหน้า จึงละกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริต แล้วเจริญกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต
พระมาลกติสสะ : ตัวอย่างความสำนึกผิดและการเปลี่ยนแปลง
(อัง.ทุก. กัมมกรณวรรค มก. ๓๒/๕๘,ปส. ๓๓/๔๗)
พระมาลกติสสะเกิดในครอบครัวพราน เจริญวัยแล้วครองเรือน ออกทำกับดักสัตว์ สะสมบาปเป็นอันมาก วันหนึ่ง เขาออกจากเรือนไป ฆ่าเนื้อที่ติดบ่วงกินแล้วเกิดความกระหายน้ำ เข้าไปในคเมณฑวาสีวิหารเห็นหม้อน้ำ 10 ใบ เปิดดูแล้วไม่เห็นน้ำ พระเถระมาเปิดดูแล้วเห็นน้ำเต็มอยู่ จึงเอาน้ำรดมือเขา น้ำนั้นแห้งดุจรดน้ำลงในกระเบื้องร้อน เขาดื่มน้ำจนหมดทั้ง 10 หม้อก็ยังไม่หายจากความกระหาย
พระเถระจึงถามว่า ท่านทำกรรมหยาบช้าอะไร จึงมีสภาพเหมือนเปรตในปัจจุบันทีเดียว นายพรานเกิดความสังเวช จึงรื้อเครื่องประหารกับดักสัตว์ออก แล้วออกบรรพชา เขาปรารถนาจะเห็นสัตว์นรก พระเถระให้สามเณรเอาไม้สดมา แล้วเอาไฟนรกเท่าขนาดหิ่งห้อยมาใส่ลงไป กองไม้สดไหม้เป็นเถ้าถ่านในทันที เขาจึงเร่งบำเพ็ญวิปัสสนาธุระ ณ จิตตบรรพตมหาวิหาร จนสามารถบรรลุอรหัตผล
ความหมายและความสำคัญของวันคุ้มครองโลก
วันคุ้มครองโลก (Earth Day) คำว่าโลกในที่นี้มีความหมายอยู่ 2 นัย นัยแรก หมายถึง โลกทางกายภาพ ที่มีภูเขา แม่น้ำ พื้นดิน แผ่นฟ้า มหาสมุทร ส่วนอีกนัยหนึ่ง หมายถึง ชาวโลก คือ สรรพชีวิตทั้งปวงที่อาศัยอยู่บนโลก การคุ้มครองโลกจึงหมายถึงการคุ้มครองทั้งสิ่งแวดล้อมและคุ้มครองชาวโลกด้วย
ภัยธรรมชาติต่างๆ นาๆ จะมาเยือนหากเราไม่ช่วยกันดูแปกป้องคุ้มครองโลกใบนี้
ปัจจุบันโลกใบนี้กำลังเผชิญปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นพิษที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นและพบกับภาวะที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหลากหลายรูปแบบอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศ ทางน้ำ หรือการทำลายป่าที่ส่งผลให้เกิดวาตภัย อุทกภัยอย่างไม่ทันตั้งตัว จนก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินต่อประชากรโลกในหลายๆ ประเทศ
ด้วยเหตุนี้จึงมีคนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันเรียกร้องให้ชาวโลกหันมาสนใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการ คุ้มครองโลกให้อยู่รอดปลอดภัยจากภัยต่างๆ โดยการคุ้มครองโลกมีจุดเริ่มต้นครั้งแรกจากความคิดของวุฒิสมาชิกชาวอเมริกัน Gaylord Nelson ที่ได้รณรงค์ให้ชาวอเมริกันร่วมกันพิทักษ์คุ้มครองโลก และหลายองค์กรได้ให้ความสำคัญกับกระแสของการรณรงค์เพื่อคุ้มครองโลกให้โลก สงบสุขดังกล่าว วันคุ้มครองโลกจึงถูกกำหนดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2513
ภัยธรรมชาติที่พบเจอเราจึงต้องช่วยกันดูแลคุ้มครองโลกใบนี้
หลังจากที่มีการผลักดันของกลุ่มบุคคลต่างๆ เป็นเวลายาวนานถึง 8 ปี โดยองค์กรทางศาสนาก็เล็งเห็นความสำคัญกับกิจกรรมนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งในส่วนของพระพุทธศาสนานั้น องค์การยุวพุทธสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ยพสล.) ได้มีมติให้วันที่ 22 เมษายนของทุกปีเป็น วันคุ้มครองโลก ภายใต้คำขวัญว่า “Clean the World Clean the Mind” เพราะตระหนักดีว่าทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ทรงคุณค่าที่สุด คือใจของมนุษย์ ซึ่งควรจะได้รับการปกป้องคุ้มครองรักษาด้วยธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เป็นใจที่สะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลส คือ ความโลภ โกรธ หลง ที่คอยชักใยให้มนุษย์เกิดความคิดคำพูดและการกระทำที่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ทำให้ได้รับความทุกข์ร้อนใจอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
หลวงพ่อธัมมชโย
พร้อมกันนี้พระเดชพระคุณ พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ประธานมูลนิธิธรรมกายและเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ก็ได้ดำริให้มีโครงการครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของพระพุทธศาสนาและของโลก ก็คือ โครงการอุปสมบทหมู่ 100,000 รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ปรากฏสู่สายตาชาวโลกเป็นที่ปลาบปลื้มใจกันมาแล้ว ต่อมาพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็ดำริให้มีโครงการบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน 100,000 คนทั่วโลก
โครงการอุปสมบทหมู่ 100,000 รูป
จนเกิดเป็นกระแสแห่งความนิยมต่อเนื่องเรียกร้องให้มีโครงการเช่นนี้อีก จึงได้มีโครงการบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน 500,000 คนทั่วโลก และโครงการล่าสุดที่ผ่านมาก็คือโครงการบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน 1,000,000 คนทั่วโลก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ในปีนี้จึงได้มีโครงการบวชอุบาสิกาแก้ว 1,000,000 คนทั่วโลก ขึ้นอีกทุกๆ เดือนของปี 2554
โครงการบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน 1,000,000 คน ทั่วโลก
ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้โลกสั่นสะเทือน ด้วยกระแสแห่งบุญและอานุภาพแห่งความสงบสุขที่แผ่ขยายไปสู่ประชาชาติทั่วโลกอย่างกว้างขวาง โครงการครั้งยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมและมวลมนุษย์ชาติครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นพุทธวิธีแห่งการนำไปสู่ความสุขสงบ ที่ปราศจากการเบียดเบียนทำร้ายซึ้งกันและกัน มุ่งสร้างสรรค์แต่สิ่งที่เป็นความดีงามอันจะนำไปสู่การเป็นผู้มีจิตใจที่สงบผ่องใส ดังคำสอนแห่งพระพุทธองค์ที่ทรงย้ำสอนให้ชาวโลก “ละความชั่ว ทำความดี และทำใจให้ผ่องใส” นั่นเอง
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสสอนชาวโลกให้ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส
อีกทั้งศัตรูที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติหาใช้เพื่อนร่วมโลกที่ต่างกันด้วยเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา หรือความเชื่อไม่ แต่แท้จริงแล้วคือกิเลสที่อยู่ภายในใจของมนุษย์โลกทุกๆ คน ที่จำเป็นจะต้องขจัดออกไปให้หมดสิ้นตามแนวทางที่พระบรมศาสดาได้ทรงวางไว้ คือ การหมั่นทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เพื่อเพิ่มพูนสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในใจของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จิตใจของมนุษย์มีคุณภาพที่สูงขึ้นจนกระทั่งเกิดความละอายที่จะทำความชั่วและกลัวผลของกรรมชั่วที่จะติดตามมาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เพราะมนุษย์เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และมนุษย์คือกลไกสำคัญแห่งการดำเนินไปของสังคมโลก อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาที่จะนำไปสู่การสร้างสมดุลแก่สรรพชีวิต รวมถึงแก่สิ่งแวดล้อม ดังนั้นวัดพระธรรมกายจึงมุ่งให้ความสำคัญแก่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มุ่งนำสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อยกคุณภาพมนุษย์ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างสมดุลทั้งด้านการพัฒนาวัตถุและการพัฒนาทางจิตใจ เพราะเมื่อบุคคลทั้งหลายเข้าถึงธรรมได้เวลาใด ณ เวลานั้น ทุกคนจะรู้ว่าสันติสุขภายในจิตใจสร้างสรรค์ให้เกิดสันติภาพภายนอกอย่างแท้จริงได้
สันติภาพของโลกเริ่มจากสันติสุขภายในตัวของเรา
เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์ทุกเชื้อชาติ ศาสนา ได้ปล่อยวางความเชื่อเดิมไว้ชั่วคราวแล้วให้โอกาสตนเองได้ก้าวเข้ามาศึกษาความจริง เมื่อนั้นมนุษย์ทุกคนจะสามารถสัมผัสกับความสุขอันละเอียดประณีตภายใน ที่ส่งผลให้จิตใจเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และจะหันมาส่งความรักความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ สรรพสัตว์ รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมทั้งปวง ซึ่งนับเป็นชัยชนะที่แท้จริง ที่มวลมนุษยชาติเฝ้าแสวงหามาโดยตลอด เมื่อถึงวันนั้นโลกทั้งใบก็จะได้รับการคุ้มครองรักษาด้วยธรรมะที่เกิดขึ้นกลางใจของมวลมนุษย์อย่างแท้จริง
ที่มา : www.dmc.tv
ภาพที่ 1 : โลกและธรรมชาติ
กดปุ่มด้านล่างเพื่อคัดลอกข้อความไปใช้ใน AI ได้เลยครับ
ภาพที่ 2 : ธรรมะคุ้มครองโลก - หิริ โอตตัปปะ
กดปุ่มด้านล่างเพื่อคัดลอกข้อความไปใช้ใน AI ได้เลยครับ
ภาพที่ 3 : การทำสมาธิเพื่อสันติภาพโลก
กดปุ่มด้านล่างเพื่อคัดลอกข้อความไปใช้ใน AI ได้เลยครับ
ภาพที่ 4 : พุทธศาสนากับการรักษาสิ่งแวดล้อม
กดปุ่มด้านล่างเพื่อคัดลอกข้อความไปใช้ใน AI ได้เลยครับ
ภาพที่ 5 : โลกที่สงบสุขด้วยธรรมะ
กดปุ่มด้านล่างเพื่อคัดลอกข้อความไปใช้ใน AI ได้เลยครับ

